บทที่ 2 บทเรียนของว่าที่ปักษาสวรรค์

โหด

นั่นคือนิยามสั้นๆของเนื้อหาและแนวทางการสอนของท่านปักษาสวรรค์รุ่นที่20

ตอนแรกก็ให้จำๆสภาพภูมิประเทศทั้งหมดไม่เฉพาะพิภพสวรรค์แต่รวมถึงพิภพมนุษย์ไปจนถึงพิภพนรก ประตูสวรรค์ ประตูนรก

ต่อมาก็การอ่านคลื่นวิญญาณ เนื่องจากมีกันอยู่แค่สามคนในวิหารสกุณาเราจึงไม่ได้รับงบประมาณสำหรับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใดๆทั้งสิ้น

จากนั้นก็เป็นการเรียนวิธีขออนุมัติผ่านเขตแดน แดนสวรรค์ แดนนรก แดนวิญญาณอารักษ์บนโลก ตั้งแต่วิธียืดเยื้อ นุ่มนวล วิธีกระชับฉับไว หรือแม้แต่การข่มขู่(?)ในกรณีฉุกเฉิน

การเก็บวิญญาณ การดูแลรักษาวิญญาณระหว่างการรับส่ง และยังมีเรื่องหยุมหยิมอย่างสถานที่หรือครอบครัวที่เทพตนนั้นยื่นเรื่องขอลงไปจุติ การวางแผนเส้นทางรับส่งวิญญาณอย่างมีประสิทธิภาพ

แล้วก็เรื่องถัดไป ถัดไป ถัดไปๆๆๆๆ ที่ต้องเรียน

เชื่อแล้วว่าวิหารนี้งบน้อย ใช้งานหนักตามข่าวลือจริง 100%

เซ็น( เป็นไปตามคาดที่หมอนั่นไม่อยากถูกเรียกด้วยชื่อ ปักษาขาวเอ )นั่งชันเข่าข้างๆเขาที่นอนแผ่หลาบนพื้นวิหารอย่างไม่อายใคร กองเอกสารกระจัดกระจายรอบตัวเราเต็มไปหมด

ในมือเซ็นยังมีม้วนเอกสาร ดวงตาสีเขียวกวาดมองตัวอักษรเรื่อยๆด้วยท่าทีสบายๆเหมือนกำลังอ่านหนังสืออ่านเล่น เอกสารส่วนของเซ็นจัดวางไว้เป็นระเบียบ เส้นทางการส่งวิญญาณถูกเขียนไว้อย่างเรียบร้อยชัดเจน ต่างกับเขาที่ต้องลบแก้ใหม่หลายรอบจนกระดาษเละไปหมด ข้างกองหนังสือมีสรุปเนื้อหาและของที่ต้องเตรียมที่เจ้าตัวเปิดๆหนังสือเพียงครู่เดียวก็เขียนออกมาอย่างไหลลื่น แล้วยังมีเวลาว่างมาจ้ำจี้จำไชช่วยเขาเขียนจนเสร็จ ทุกอย่างสำหรับเซ็นดูเป็นเรื่องง่ายราวกับว่านี่เป็นงานที่ทำมาตลอดเนิ่นนานจนคุ้นชิน

เขานอนมองไปเรื่อยๆ บางครั้งก็หยิบส่งขวดหมึกขวดใหม่ให้ บางทีก็หยิบหนังสือใกล้มือตัวเองส่งให้บ้าง รับเอกสารที่อ่านแล้วมาม้วนเก็บบ้าง

ทำไมกันนะที่รู้สึกว่าบรรยากาศนี้ดูเป็นธรรมชาติ ทำไมนะที่ไม่แปลกใจกับสิ่งที่ควรแปลกใจในเทพตนนี้

ทั้งๆที่ตอนแรกไม่ชอบหน้ากันขนาดนั้น(ตอนนี้ก็ทะเลาะกันอยู่เป็นบางครั้ง) แต่กลับรู้สึกว่าช่วงเวลานี้เป็นเรื่อง'ธรรมดา'เหลือเกิน

"ถึงมองหน้าฉันต่อไปก็ไม่ทำให้นายจำเนื้อหาที่ต้องเรียนทั้งหมดนี่ได้หรอกนะ"

นั่นไง สงบได้ไม่นานมันก็หาเรื่องทะเลาะจนได้ หรือจะมีเจตนาแค่เตือนกันนะ แต่ไม่รู้ทำไมพอเซ็นเป็นคนพูดแล้วรู้สึกอยากต่อต้านดีจังเลย

"จำได้เกือบหมดแล้วน่า ฉันไม่ใช่เครื่องบันทึกข้อความแบบนายนี่จะได้อ่านรอบเดียวแล้วจำได้"

เขาลุกนั่งแล้วเอาหนังสือที่ใช้รองหัวเมื่อครู่มาอ่านต่อ เพราะก้มหน้าก้มตาอ่านจึงไม่สังเกตุว่าเซ็นทำหน้าตายังไงอยู่ แต่เขาเดาได้ว่าคงทำหน้าตายเหมือนเดิมนั่นแหละ

"ก็มัวแต่นอนอยู่ละน้า~"

เสียงกวนประสาทลอยมาตามลม นี่จะเล่นเกมทดสอบความอดทนกันอีกแล้วใช่ไหม!

"เขาเรียกว่า ‘พักสมอง'หรอก"

"พักทีหนึ่งก็พักยาวเลยนะสิ"

"ก็ลุกมาอ่านต่อแล้วนี่ไงเล่า!"

เซ็นอาจจะพูดถูก แต่อยากเถียงเฟ้ย!

"นักเรียนจ๋า~ อ่านหนังสือทั้งหมดจบรึยังเอ่ย"

ท่านรุ่นที่20สโหลสเหลเข้ามาในโถงวิหาร ถึงจะได้เทพฝึกหัดมาแต่ก็ยังไม่พร้อมให้ออกปฏิบัติงาน ท่านรุ่นที่20จึงมักให้อ่านหนังสือไปพลางๆระหว่างที่ท่านออกไปปฏิบัติงาน เขารู้สึกสงสารท่านแล้วก็สงสารตนเองที่คงต้องมีสภาพไม่ต่างกันนี้ในอนาคตด้วย

"โทริยังเหลือส่วนที่ต้องอ่านอีกครึ่งเล่มนะครับ"

ปื้ด!

เรื่องของฉันให้ฉันพูดเองไม่ได้เรอะ? นายจะไปตอบแทนฉันทำไม ไม่ได้ขอเลยนะ!

"มีเพื่อนร่วมรุ่นนี่ดีจังเลยนะ คอยดูแลกันได้ สมัยครูเป็นเทพฝึกหัดมีแค่ตัวครูโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว ท่านอาจารย์ก็นานๆจะโผล่หน้ามาที ใช่...นานๆทีจริงๆ นานมากจนเกือบนึกว่าไปจุติที่ไหนเสียแล้ว ตอนรับตำแหน่งครูยังรู้สึกแปลกใจมาเลยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่..."

ท่านรุ่นที่20ยังพล่ามต่อไปถึงชีวิตสมัยเรียนเป็นเทพฝึกหัดอันน่ารันทด

สักพักหนึ่งกว่าท่านจะตั้งสติได้

"อะแฮ่ม...ก่อนอื่น ครูขอดูการบ้านที่ให้ไว้หน่อยสิ"

กระดาษสรุปเนี้อหา สิ่งของที่ต้องเตรียม และแผนที่เส้นทางส่งวิญญาณถูกส่งไปให้ตรวจ

"อืม...ของโทริพอใช้ได้ ส่วนของเซ็นยอดเยี่ยม ในเมื่อเรื่องทฤษฎีพวกเธอก็เรียนรู้เป็นส่วนใหญ่แล้ว ต่อไปครูจะเริ่มสอนภาคปฏิบัติแสนสนุกกันละ"

edit @ 7 Jul 2009 19:23:32 by Sonata of Selene

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet